เทรด ex

เปรียบเทียบสเปค iPhone 12 vs. iPhone 11 ซื้อรุ่นไหนดี ?

เปรียบเทียบสเปค

หลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone 12 ออกมาแล้ว บอกเลยว่ารอบนี้มีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน โดย iPhone 12 เป็นรุ่นที่สานต่อจาก iPhone 11 โดยตรงเลยค่ะ หากไม่นับ iPhone 12 mini ที่มีหน้าจอเล็กกว่าเท่านั้น ซึ่งหลายคนอาจจะคิดหนักว่าจะเลือกรุ่นไหนดีระหว่าง iPhone 12 รุ่นใหม่ กับ iPhone 11 ในปี 2019 ที่มีราคาถูกกว่า วันนี้เราจะมา เปรียบเทียบสเปค ทั้ง 2 จะเป็นยังไงไปดูกันเลย….

ความคล้ายคลึงกัน

เปรียบเทียบสเปค
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.1 นิ้ว รองรับ Haptic Touch และความสว่างสูงสุดที่ 625 นิต (ทั่วไป)
  • ชิป A-Series Bionic
  • กล้องหลังคู่ เลนส์หลัก + เลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเท่ากัน รองรับ Night Mode, Deep Fusion และ OIS
  • Face ID
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 17 ชั่วโมงของการรับชมวิดีโอ
  • วัสดุอลูมิเนียม
  • พอร์ต Lightning
  • RAM 4GB
  • ความจุ 64/128/256GB

ดีไซน์และสี

ดีไซน์และสีสันภายนอก ที่แน่นอนว่า iPhone 12 มีขอบตัวเครื่องที่มีความเหลี่ยมคล้ายกับ iPhone 4/5 และใช้กระจกที่ด้านหลัง และครอบทับด้วย Ceramic Shield ที่ด้านหน้าจอ แถม iPhone 12 ยังมีความบางกว่าถึง 0.9 มม. และเบากว่า 32 กรัม

เปรียบเทียบสเปค

ส่วนเรื่องสีหาก เปรียบเทียบสเปค iPhone 12 และ iPhone 11 มีสีเหมือนกัน คือ ขาว, ดำ, เขียว และแดง (PRODUCT)RED โดย iPhone 11 จะมีสีอื่นๆ ได้แก่ เหลืองและม่วง ขณะที่ iPhone 12 จะมีสีหลักเป็นสีน้ำเงินเพิ่มเข้ามา

หน้าจอแสดงผล

เปรียบเทียบสเปค

iPhone 12 นั้นได้อัปเกรดหน้าจอจาก iPhone 11 เยอะเลยทีเดียว เพราะใช้เป็นแบบ OLED Super Retina XDR ความละเอียด 2532 x 1170 พิกเซล ส่วน iPhone 11 ยังเป็นแบบ LCD Liquid Retina ความละเอียด 1792 x 828 พิกเซล นอกจากนี้ แม้ว่าความสว่างทั่วไปจะเท่ากัน แต่จอ OLED ใน iPhone 12 สามารถแสดงผลเป็น HDR ที่ให้ความาสว่างเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

ชิป A13 Bionic vs. A14 Bionic

เปรียบเทียบสเปค

เรื่องของหน่วยประมวลผลก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะ iPhone 12 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้ชิปขนาด 5 นาโนเมตรจาก A14 Bionic ทั้งยังมี Neural Engine 16 คอร์ และประสิทธิภาพ AI ดีขึ้นถึง 80%

รองรับ 5G

เปรียบเทียบสเปค

iPhone 12 รองรับเครือข่าย 5G แบบ sub-6Ghz รวมถึง mmWave ในสหรัฐฯ เพื่อความเร็วที่มากกว่า โดยมี Smart Data mode เพื่อสลับเครือข่าย 5G และ LTE อย่างฉลาดในการประหยัดแบตเตอรี่

กล้องคล้ายเดิมแต่ซอฟต์แวร์ดีขึ้น

กล้องคล้ายเดิมแต่ซอฟต์แวร์ดีขึ้น

กล้องของ iPhone 11 และ iPhone 12 นั้นคล้ายกันมาก ในด้านของฮาร์ดแวร์ ทั้งคู่มีกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์หลักและ Ultra-Wide Angle แต่ที่เลนส์หลักของ iPhone 12 มีรูรับแสง f/1.6 ส่วน iPhone 11 มีรูรับแสง f/1.8 ทำให้ iPhone 12 ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีกว่า ขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ที่เหมือนกัน

ความแตกต่างกันจริงๆ จะอยู่ที่ซอฟต์แวร์เลยค่ะ โดย iPhone 12 สามารถถ่าย Night Mode ได้ทุกเลนส์แล้ว รวมถึงสามารถถ่ายวิดีโอแบบ HDR Dolby Vision ได้สูงสุด 30fps รวมถึง Time-lapses แบบ Night mode แถม

แบตเตอรี่และการชาร์จ

แบตเตอรี่และการชาร์จ

ทั้ง 2 รุ่นสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 17 ชั่วโมงจากการรับชมวิดีโอ พร้อมชาร์จได้ 50% ใน 30 นาทีเท่ากันเมื่อใช้งานกับอะแดปเตอร์ 20W ทั้งนี้ Apple ระบุว่า iPhone 12 สามารถการเล่นวิดีโอ (ผ่านการสตรีม) ได้นานสุด 11 ชั่วโมง มากกว่า iPhone 11 ที่ทำได้ 10 ชั่วโมง

iPhone 12 นั้นรองรับการชาร์จไร้สายที่เร็วขึ้นด้วย MagSafe อยู่ที่กำลังไฟ 15W และจะยึดติดกับแท่นชาร์จทันทีที่วาง

จากที่กล่าวมาทั้งนี้หมดนี้ก็เป็นเพียงการ เปรียบเทียบการสเปค ของรายบุคคลเท่านั้น เรายกตัวอย่างให้เห็นกันชัดๆนะคะ ซึ่งใครจะเลือกแบบไหนก็อยู้ที่การตัดสินใจของตัวเองเลย เพราะมันขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคล

ชุมชนการซื้อขายและแบ่งปันสินค้า Commupun

กดติดตามแฟนเพจได้ที่ Facebook : CommuPun คอมมูปัน

ลงโฆษณา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *