เทรด ex

ช้อปดีมีคืน ใช้อะไรได้บ้าง จะได้ภาษีคืนเท่าไร VS คนละครึ่ง เลือกโครงการไหนดี ?

คนละครึ่ง และ ช้อปดีมีคืน

รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีออกมามากมาย ทั้งการเพิ่มวงเงิน 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ล่าสุดมีมาตรการ คนละครึ่ง และ ช้อปดีมีคืน ใช้อะไรได้บ้าง จะได้ภาษีคืนเท่าไร ที่กระตุ้นให้คนนำเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย

เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่ง ผู้ที่จะใช้สิทธิ์นั้น จะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะรัฐบาลกำหนดไว้ว่า 1 คน เข้าร่วมได้เพียงมาตรการเดียวเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

คนละครึ่ง และ ช้อปดีมีคืน ใช้อะไรได้บ้าง จะได้ภาษีคืนเท่าไร

คนละครึ่ง และ ช้อปดีมีคืน ใช้อะไรได้บ้าง จะได้ภาษีคืนเท่าไร เลือกมาตรการไหนดี? เพื่อให้ได้รับประโยชน์ของโครงการให้มากที่สุดเรามีรายละเอียด สำหรับทั้ง 2 โครงการ ดังนี้

หัวข้อคนละครึ่งช้อปดีมีคืน
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ– สัญชาติไทย
– อายุ 18 ปีขึ้นไป
– ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
– ผู้เสียภาษีปี 2563
– ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
– ไม่ได้ลงทะเบียนร่วมโครงการคนละครึ่ง
การลงทะเบียนต้องลงเทียน
www.คนละครึ่ง.com
ไม่ต้องลงทะเบียน
เพียงขอใบกำกับภาษี
สิทธิประโยชน์– รัฐช่วยจ่ายค่าสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม
– คนละ 3,000 บาท จำกัดสิทธิ์ไม่เกิน 150บาท/วัน
– นำค่าใช้จ่ายสินค้าและบริการ
ไปลดหย่อนภาษี ได้ตามจริงสูงสุด 30,000 บาท
สามารถใช้จ่ายอะไรได้บ้างสินค้า อาหาร เครื่องดื่มกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
สินค้าและบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม สินค้า OTOP และหนังสือ
ระยะเวลาใช้จ่าย23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 256323 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2563
เหมาะสมกับใคร– รายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี
– ซื้อสินค้าจากร้านค้าเล็ก ตลาด ร้านโชห่วย
– มีค่าลดหย่อนภาษีในส่วนอื่นๆอยู่แล้วทำให้ไม่ต้องเสียภาษี
– มีรายได้สุทธิเกิน 500,000 บาท/ปี
– ซื้อของในห้าง/ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
– มีแผนซื้อของมูลค่าปลายปีนี้

โครงการคนละครึ่ง

คนละครึ่ง และ ช้อปดีมีคืน ใช้อะไรได้บ้าง จะได้ภาษีคืนเท่าไร

เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ

  • สัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • จำกัดจำนวน 10 ล้านคน หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด
  • ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ www.คนละครึ่ง.com เริ่มวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00-23.00 น.
  • จำกัดจำนวน 10 ล้านสิทธิ์
  • เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 เวลา 06.00-23.00 น.
  • ต้องใช้สิทธิ์ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ์ หรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ และไม่สามารถลงทะเบียนใหม่ได้

สิทธิประโยชน์

  • รัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าซื้อสินค้าให้ 50% ของมูลค่าสินค้า แต่ไม่เกินวันละ 150 บาทต่อวันต่อคน และตลอดทั้งโครงการให้สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ยกตัวอย่าง หากซื้อสินค้าจำนวน 200 บาท เราจ่ายเอง 100 บาท รัฐบาลจ่ายให้ 100 บาท หรือกรณีที่ซื้อสินค้า 400 บาท เราต้องจ่ายเอง 250 บาท รัฐบาลจ่ายให้ 150 บาทต่อวันเท่านั้น
  • ใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าได้กับร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้าทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย ร้านค้าในตลาด ร้านโชห่วยก็ใช้ได้ หากร้านค้านั้นเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง
  • ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้กับสินค้าประเภทสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และบริการ
  • ต้องจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น โดยเราต้องเติมเงินเข้าแอปฯ เป๋าตัง ให้เรียบร้อยก่อนซื้อสินค้า จากนั้นนำไปสแกนกับแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง

** สรุปผู้ที่เหมาะสมกับโครงการ “คนละครึ่ง” ได้แก่ ผู้ที่มีรายได้น้อยหรือรายได้ปานกลาง เป็นผู้ที่ไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ที่ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้สูงอายุ เกษียณอายุ นักเรียน นักศึกษา ที่ใช้เงินผ่านระบบ G-Wallet เหมาะสมกับมาตรการนี้ **

โครงการ “ช้อปดีมีคืน” ใช้อะไรได้บ้าง จะได้ภาษีคืนเท่าไร

คนละครึ่ง และ ช้อปดีมีคืน ใช้อะไรได้บ้าง จะได้ภาษีคืนเท่าไร

เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ

  • ผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปีภาษี 2563
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ไม่ได้ลงทะเบียนร่วมโครงการคนละครึ่ง
  • มาตรการช้อปดีมีคืนไม่ต้องลงทะเบียน สามารถซื้อสินค้าและขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมาเป็นหลักฐานในการยื่นแบบภาษีเงินได้ฯ เพื่อลดหย่อนภาษีได้เลย
  • ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563

สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข

  • สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการ มาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุด 30,000 บาท
  • ลดหย่อนภาษีได้เท่าไรขึ้นอยู่กับรายได้ของแต่ละคนว่าต้องเสียภาษีขั้นไหน ดังนี้
เงินได้สุทธิ/ปี (บาท)อัตราภาษีเงินได้สิทธิ์ได้คืน (บาท)
0-150,000ได้รับการยกเว้นภาษีไม่ได้สิทธิ์คืนภาษี
150,001-300,0005%1,500
300,001-500,00010%3,000
500,001-750,00015%4,500
750,001-1,000,00020%6,000
1,000,001-2,000,00025%7,500
2,000,001-5,000,00030%9,000
5,000,001 บาทขึ้นไป35%10,500
  • ต้องซื้อสินค้าและบริการจากร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
  • สามารถซื้อหนังสือ และสินค้าโอทอปที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว โดยมีใบเสร็จรับเงิน
  • ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้กับสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ยาสูบ, สลากกินแบ่งรัฐบาล, ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ, ค่าที่พักในโรงแรม, ค่าบริการนำเที่ยว, ค่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ, ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสาร และค่าบริการหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

** สรุปผู้ที่เหมาะสมกับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ได้แก่ ผู้ที่มีรายได้สูง เป็นมนุษย์เงินเดือน มีงานประจำ ผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ต้องลงทะเบียน เพียงแค่ซื้อสินค้า ตั้งแต่ 23 ต.ค.ถึง 31 ธ.ค.63 แล้วขอใบกำกับภาษีแบบ “ตัวเต็ม” กับร้านค้าที่เข้าไปใช้บริการ เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท **

เนื่องจากทั้ง 2 โคงการ คนละครึ่ง และ ช้อปดีมีคืน ใช้อะไรได้บ้าง จะได้ภาษีคืนเท่าไร มาตรการดังกล่าว ประชาชนสามารถเลือกเข้าร่วมโครงการได้เพียงแค่โครงการเดียวเท่านั้น ทำให้ต้องศึกษาถึงเงื่อนไขของมาตรการดังกล่าวอย่างถี่ถ้วน เพื่อรับประโยชน์ของโครงการให้มากที่สุด

ชุมชนการซื้อขายและแบ่งปันสินค้า Commupun

ลงโฆษณา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *